ฝุ่นเข้าตา ทำอย่างไรดี ?

ฝุ่นคืออะไร? ฝุ่นคือ อนุภาคในอากาศขนาดเล็ก ที่มีแหล่งที่มาจากหลาย ๆ แห่งเช่น ฝุ่นจากเศษดินเศษหินบนท้องถนน ฝุ่นจากเศษทรายในทะเลทราย ฝุ่นจากเศษเหล็กในอุตสาหกรรมเกี่ยวกับเหล็ก ฝุ่นจากการระเบิดของภูเขาไฟ ฝุ่นจากการเผาไหม้ ของเครื่องยนต์ เป็นต้น ฝุ่นเหล่านี้จะลอยอยู่ในอากาศไม่นาน ตามขนาดของฝุ่น ยิ่งมีขนาดใหญ่ยิ่งตกสู่พื้นได้เร็วกว่าฝุ่นที่มีขนาดเล็กมาก ๆ ซึ่งส่วนใหญ่ฝุ่นนั้นจะไม่ค่อยมีอันตรายกับมนุษย์มากนัก แต่ถ้าไม่รู้วิธีป้องกันและรักษา ฝุ่นเหล่านี้ก็อาจจะมีผลกระทบอย่างมากต่อร่างกายของเราได้เช่นกัน

ฝุ่นเข้าตาได้อย่างไร ?

โดยปกติ ขนตามีหน้าที่ป้องกันเศษฝุ่นหรือผงต่าง ๆ ไม่ให้เข้าสู่ดวงตา แต่ในบางครั้งฝุ่นผงก็อาจบังเอิญปลิวหรือหล่นเข้าตาได้เช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น ทำงานเช็คช่วงล่างใต้ท้องรถ ขี่มอเตอร์ไซค์โดยไม่สวมหมวกกันน็อคหรือแว่นตา หรืออยู่กลางแจ้งในช่วงที่มีลมแรง เป็นต้น

ฝุ่นเข้าตา อันตรายหรือไม่ ?

หากเราไม่สามารถกำจัดฝุ่นผงนั้นออกมาเองได้ เศษฝุ่นดังกล่าวก็อาจติดค้างอยู่บริเวณเยื่อบุตาจนทำให้ตาแดง มีน้ำตา และรู้สึกเหมือนมีอะไรติดอยู่ในตา หากมีฝุ่นผงติดอยู่ใต้เปลือกตาด้านบนก็อาจทำให้รู้สึกเจ็บปวดเมื่อต้องกะพริบตา และหากขยี้ดวงตาก็อาจทำให้ตาแดงหรือกระจกตาเป็นแผลได้ แต่โดยทั่วไป ฝุ่นเข้าตาอาจไม่ก่อให้เกิดอันตรายใด ๆ เพียงแต่ทำให้รู้สึกระคายเคืองหรือรำคาญในช่วงเวลาสั้น ๆ เท่านั้น

ฝุ่นเข้าตา ทำไงดี?

จะทำอย่างไรเมื่อฝุ่นเข้าตา? โดยปกติแล้วฝุ่น อนุภาคในอากาศขนาดเล็ก จะมีหลายชนิด หลากหลายแหล่งที่มา ถ้าเป็นฝุ่นจากเศษดินหรือเศษผ้า ตามธรรมชาติแล้วร่างกายจะสร้างน้ำตาเพื่อขับสิ่งแปลกปลอมออกจากดวงตาได้เอง แต่ถ้าเป็นฝุ่นที่มีความแหลมคมและขนาดใหญ่ เช่น เศษหิน ทราย หรือเศษเหล็ก สิ่งแปลกปลอมเหล่านี้เมื่อเข้าไปในดวงตา บางครั้งบางชิ้นส่วนอาจจะไปเกาะยึดกับเปลือกตาด้านใน ทำให้น้ำตาไม่สามารถขับออกมาได้ และเศษฝุ่นเหล่านี้เมื่อเข้าไปในดวงตาแล้ว จะมีอาการระคายเคืองมากกว่าฝุ่นขนาดเล็ก ๆ หลายเท่า ทำให้ร่างกายของมนุษย์ส่วนใหญ่ เกิดปฏิกิริยาตอบโต้กับสิ่งแปลกปลอมโดยอัตโนมัติ เช่นการเอามือขยี้ตาอย่างรุนแรงและรวดเร็ว ดังนั้นเมื่อฝุ่นเข้าตาทุกครั้ง ควรตั้งสติอยู่เสมอ ไม่ใช้มือขยี้ตาและพยายามพาตัวเองออกจากจุดที่ฝุ่นเหล่านั้นยังสูงอยู่โดยเร็วที่สุด

ฝุ่นเข้าตา จัดการอย่างไรดี ?

เมื่อมีเศษฝุ่นผงหรือวัตถุแปลกปลอมต่าง ๆ เข้าสู่ดวงตา ร่างกายจะมีกลไกในการกำจัดสิ่งแปลกปลอมเหล่านั้นด้วยการผลิตน้ำตาขึ้นมาเพื่อชะล้างวัตถุดังกล่าวออก ซึ่งอาการฝุ่นเข้าตาจะหายไปเองเมื่อเศษผงนั้นถูกขับออกมา

แต่หากฝุ่นผงยังคงติดอยู่ อาจลองกำจัดเศษผงได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

  • กะพริบตาบ่อย ๆ เพื่อช่วยขับเศษฝุ่นให้ออกมาเร็วขึ้น แต่หากเศษผงไม่อาจถูกชะล้างด้วยน้ำตาได้ ห้ามใช้สำลีก้านหรือของมีคมอื่น ๆ อย่างแหนบไปสัมผัสกับลูกตา และห้ามขยี้ตาเด็ดขาด เพราะอาจทำให้ผิวกระจกตาถลอกได้
  • ล้างตา โดยล้างมือให้สะอาด และถอดคอนแทคเลนส์ออกก่อน จากนั้นเอียงศีรษะไปด้านข้าง ใช้นิ้วเปิดเปลือกตาบนล่างออกจากกันให้กว้างในระดับหนึ่งอย่างระมัดระวัง ก่อนนำน้ำเกลือหรือน้ำสะอาด 1 แก้วมาหยดหรือค่อย ๆ รินจากหัวตาให้น้ำค่อย ๆ ไหลผ่านดวงตาและชะล้างเอาเศษฝุ่นออกไป
  • หากทำตามวิธีข้างต้นแล้วไม่ได้ผลหรือเศษฝุ่นยังคงติดค้างอยู่ ให้ปิดตาข้างที่มีฝุ่นเข้าตาด้วยผ้าพันแผล และรีบไปพบแพทย์
  • เมื่อมีฝุ่นเข้าตา ให้ไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจรักษาทันทีหากปรากฏอาการ เช่น เจ็บปวดตารุนแรงหรือปวดตาไม่หยุด มีปัญหากับการมองเห็น เห็นภาพซ้อน เห็นภาพไม่ชัด มองเห็นภาพเป็นจุด ดวงตาไวต่อแสง มองเห็นแสงหรือเงากระจายเป็นรัศมีรอบ ๆ ดวงไฟ มีเลือดออกในตา หรือลักษณะของตาดำเปลี่ยนไป เป็นต้น
  • ในกรณีที่เศษวัตถุกระเด็นเข้าตาด้วยความเร็วและแรง หรือเป็นเศษวัตถุมีคมขนาดค่อนข้างใหญ่ เช่น เศษแก้ว เศษไม้ หรือเศษเหล็ก หรือสงสัยว่าอาจมีเศษวัตถุดังกล่าวเข้าตา ห้ามดึงและกำจัดวัตถุนั้นออกจากตาด้วยตนเอง เพราะอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บหรือเป็นแผลที่ผิวตาได้ และควรไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสมทันที

เมื่อไปพบแพทย์ แพทย์อาจใช้ยาหยอดตาชนิดพิเศษหยดลงบนผิวตาก่อนขจัดวัตถุดังกล่าวออกไปด้วยน้ำสะอาดหรือสำลี และหากตรวจพบว่าดวงตาได้รับความเสียหาย แพทย์อาจแนะนำให้ใช้ยาหยอดตาในรูปแบบยาปฏิชีวนะ เพื่อป้องกันการติดเชื้อในดวงตา หรืออาจพิจารณารักษาด้วยวิธีอื่น ๆ ตามเหมาะสมต่อไป

ไม่ควรขยี้ตา

เนื่องจากจะทำให้ฝุ่นติดกับกระจกตา และยังเป็นการนำเชื้อโรคเข้าตา

ล้างตาด้วยน้ำสะอาด น้ำเกลือ หรือหยอดน้ำตาเทียม

การกลอกตาไปมาขณะล้างตาช่วยให้สิ่งแปลกปลอมหลุดออกมาได้ง่ายขึ้น

ตรวจเช็กตาตนเอง

นถ้าสิ่งแปลกปลอมติดอยู่บริเวณตาขาว ใช้ไม้พันสำลีสะอาดเขี่ยออกได้ ถ้าติดบริเวณตาดำ ควรไปพบแพทย์

หากล้างตาแล้ว อาการไม่ดีขึ้น

ควรปรึกษาแพทย์ให้ช่วยเอาออกให้

ในกรณีที่มีอาการปวดตารุนแรง

ระคายเคืองมาก ตามัว เห็นแสงแตกกระจาย หรือมีจุดสีขาวที่กระจกตาดำให้รีบไปพบแพทย์ทันที


เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ เข้าสู่ลูกตา ร่างกายจะมีกลไกในการกำจัดสิ่งแปลกปลอมเหล่านั้นด้วยการผลิตน้ำตาขึ้นมาเพื่อชะล้างสิ่งแปลกปลอมออก ทำให้อาการหายไปเองหลังสิ่งแปลกปลอมนั้นถูกขับออกมา หากสิ่งแปลกปลอมยังคงติดอยู่ ให้ปฏิบัติด้วยวิธีดังต่อไปนี้

  1. กะพริบตาบ่อย ๆ เพื่อช่วยขับสิ่งแปลกปลอมให้ออกมาเร็วขึ้น แต่หากเศษผงไม่อาจถูกชะล้างด้วยน้ำตาได้ ห้ามใช้สำลีก้านหรืออุปกรณ์ใดไป สัมผัสกับลูกตา และห้ามขยี้ตาเด็ดขาด เพราะอาจทำให้ผิวกระจกตาถลอกได้
  2. ล้างตา โดยล้างมือให้สะอาด และถอดคอนแทคเลนส์ออก (ถ้ามี) จากนั้นเอียงศีรษะไปด้านข้าง ใช้นิ้วเปิดเปลือกตาบนล่างออกจากกัน แล้วใช้น้ำเกลือหรือน้ำสะอาด 1 แก้ว ค่อย ๆ รินจากหัวตาให้น้ำไหลผ่านลูกตา ชะล้างเอาสิ่งแปลกปลอมออก หากทำตามวิธีข้างต้นแล้วไม่ได้ผล ควรรีบมาพบแพทย์
  3. ไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจรักษาทันทีหากปรากฏอาการ เช่น เจ็บปวดตารุนแรงหรือปวดตาไม่หยุด มีปัญหากับการมองเห็น เห็นภาพซ้อน เห็นภาพไม่ชัด มองเห็นภาพเป็นจุด ดวงตาไวต่อแสง มองเห็นแสงหรือเงากระจายเป็นรัศมีรอบ ๆ ดวงไฟ มี เลือดออกในตา หรือลักษณะของตาดำเปลี่ยนไป เป็นต้น
  4. ในกรณีที่เศษวัตถุกระเด็นเข้าตาด้วยความเร็วและแรง หรือเป็นเศษวัตถุมีคมขนาดค่อนข้างใหญ่ เช่น เศษแก้ว เศษไม้ หรือเศษเหล็ก หรือสงสัยว่าอาจมีเศษวัตถุดังกล่าวเข้าตา ห้ามดึงและกำจัดวัตถุนั้นออกจากตาด้วยตนเอง เพราะอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บในดวงตาได้ และควรไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสมทันที

Leave a comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *