การดูแลตนเองหลังการผ่าตัด

การดูแลตนเองหลังการผ่าตัด

ผู้เข้ารับการผ่าตัดอาจพบ อาการปวด บวม ช้ำ และ ชาบริเวณที่ผ่าตัด ซึ่งสามารถบรรเทาอาการได้โดย การรับประทานยาแก้ปวด ตามที่แพทย์สั่ง ประคบเย็นเพื่อลดอาการปวดบวมบริเวณใบหน้า และใช้ หมอนหนุนศีรษะ ให้สูงขึ้น ทั้งนี้ อาการบวมช้ำมักดีขึ้นภายใน 7–10 วัน ผู้เข้ารับการผ่าตัดสามารถทำกิจกรรมตามปกติได้ภายใน 10–14 วัน และทำกิจกรรมที่ใช้แรงมากได้ภายใน 1 เดือน

การดูแลตนเองในช่วง 3 สัปดาห์แรกหลังการผ่าตัดจะช่วยให้แผลหายได้เร็วขึ้นและลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะแทรกซ้อน โดยอาจใช้วิธีการดังต่อไปนี้

  • ดูแลแผลผ่าตัดตามที่แพทย์สั่ง ไม่ควรแกะ เกา หรือสัมผัสบริเวณแผล
  • ใช้สบู่อาบน้ำ และแชมพูตามที่แพทย์แนะนำ
  • สวมเสื้อผ้าที่มีกระดุมด้านหน้า ซึ่งสวมใส่และถอดได้ง่าย
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมที่ใช้แรงมาก และหลีกเลี่ยงการกดทับบริเวณแผลผ่าตัด
  • หลีกเลี่ยงการแต่งหน้า และการสัมผัสแสงแดดในช่วง 3 สัปดาห์แรกหลังการผ่าตัด ควรทาครีมกันแดดที่สามารถปกป้องผิวจากรังสียูวีเอ (UVA) และยูวีบี (UVB) ที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป
  • หลีกเลี่ยงการย้อม กัดสี หรือดัดผมเป็นเวลา 6 สัปดาห์หลังการผ่าตัด

ผลลัพธ์หลังการผ่าตัดดึงหน้า

ผลลัพธ์จากการผ่าตัดดึงหน้าไม่สามารถคงอยู่ได้ถาวร เพราะเมื่ออายุเพิ่มขึ้น ผิวหน้าอาจกลับมาหย่อนคล้อยได้อีกครั้ง โดยทั่วไป ผลลัพธ์มักอยู่ได้ประมาณ 5–10 ปีหลังการผ่าตัด ผู้เข้ารับการผ่าตัดบางคนอาจต้องเข้ารับการผ่าตัดดึงหน้าซ้ำในภายหลัง เพื่อแก้ไขให้ผิวหน้ากลับมาเต่งตึงอีกครั้ง

Face lift คือ การยกกระชับใบหน้าเหมาะสำหรับการแก้ปัญหาเฉพาะจุด เช่น การทำหน้าเรียว เก็บเหนียง ยกคิ้วตก หนังตาตก แก้มย้อย ปรับมุมปากตก ปีกจมูกบาน จมูกไม่โด่ง คาง 2 ชั้น เป็นต้น Face lift จัดเป็นนวัตกรรมขั้นสูง ที่สามารถเนรมิตความงามบนใบหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ และสามารถเห็นผลได้ทันทีหลังทำ สามารถช่วยยกสวนทางความหย่อนคล้อย เพื่อดึงรั้งเนื้อเยื่อเหนือชั้นกล้ามเนื้อขึ้น จึงเห็นผลได้เพียงการรักษาแค่ครั้งเดียว

Leave a comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *